Random Summaries of Podcast / Book

(2021)

🌷 ความจริงทั้งหมดนี้คือ Diary แต่ละวันของ มม. ที่เขียนคุยกับพี่เกด บางวันจะมีสรุป Podcast ไว้ด้วย เลยอยากเอามารวมไว้

❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗

🤍18/3/21🤍

https://www.youtube.com/watch?v=BGYwPG9_ltA

ไปฟังอันนี้แล้วนั่งเขียนสรุป

1)Strong WHy

มีเหตุผลชัดเจน ว่าอยากหุ่นดี หรืออยากทำบางอย่าง สำเร็จ ไปเพื่ออะไร

2)ถึงจะเคยล้มเหลวใน goal เดิมๆอันนี้มาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะล้มเหลวตลอดไปนะ เลิกเชื่อว่าเราทำไม่ได้ และ เริ่ม เชื่อว่าเราทำได้ เพราะมนุษย์สามารถพัฒนาได้ทุกๆเรื่อง

3)ตั้งSMART Goal และSmall Win

ตั้งSmall Winเล็กๆทำได้สำเร็จง่าย ผลสำเร็จเล็กๆพวกนั้นจะมารวมกันจนเห็น. Impact ชัดเจนไ้ด้

S : Specifit ชัดเจน ว่าทำอะไร สำเร็จคือต้องเป็นยังไง

M : Measurable วัดผลได้

A : Archiveable สามารถทำได้จริง (ลด นน 1 เดือน 10 Kg ทำไม่ได้น้าเสียสุขภาพ)

R : Relavant สอดคล้องกับ Why ของเรา มีเหตุผลที่จะทำมันจริงๆ

T : Time มีช่วงเวลาที่ไม่ สั้น ยาว เกินไป (1 ปีนานมากเกิน 1 อาทิตย์เราอาจจะไม่เหนผลไวไป นับเป็นเดือนกำลังดี)

Goalที่ไม่ smart และsmall

ตั้งว่า จะผอม ปีนี้

-ไม่มีคำนิยามว่าเท่าไหร่คือผอม ไม่ชัดเจนเลย

-ปีนี้ มันกว้างและยาวนานมาก

- ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

Goal ที่ Smart และ Small

🥇 กิผักวันละ 1 มื้อเพื่อการขับถ่ายที่ดี ในสองอาทิตย์นี้ เริ่ม

🥇 เดินวันละ 5000 ก้าว อย่างต่ำ ในสองอาทิตย์นี้ เริ่ม

-ชัดเจน ว่าทำตามเป้าได้สำเร็จ คือทำอะไร

-วัดผลได้

-ทำได้จริงๆไม่ยากไป

ทำสำเร็จแล้วเราก็ไปgoalต่อไป โดยที่ยังรักษา การกินผัก และเดิน ต่อไปเรื่อยๆให้เปนนิสัย

เริ่มกันเถอะ

💖 5 why ตัวเองว่ากำลังจะทำ…เพื่อ

💖เลิกเชื่อ ว่าตัวเองทำไม่ได้ ล้มเหลว มีDNAคนขี้แพ้ Aware คำพูดไม่ดีที่เราชอบพูดกับตัวเอง

💖เชื่อ ว่าใครๆก็เปลี่ยนแปลงได้ เราก็ทำได้จิ

💖ตั้ง Smart goal Small win !

🔥เริ่ม!!!🔥

❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗

🤍 31/3/21 🤍

Readery Atomic Habit

https://www.youtube.com/watch?v=zTYXcovbDf8&ab_channel=THESTANDARDPODCAST

เป็นหนังสือที่พี่น่านอ่านแล้วก็เล่าให้ทีมฟังมาเรื่อยๆ มม ไม่ได้มีโอกาสไปฟังพี่น่านซะที มาเจอใน Readery ซะแล้ว5555

Atomic Habit คือหลักการของการ เปลี่ยน / ทำ / เลิกทำ บางอย่างทีละเล็กๆแต่มากเหมือน Atom เล็กๆมากมายรวมกันเป็นโมเลกุลใหญ่ได้ในที่สุด Quantity over Quality🔥

มนุษย์จะมี Habit Loop

Cue 👉🏻 Craving 👉🏻 Respond 👉🏻Reward

💖ทำตามนี้นะ💖

💖 บอกตัวเองว่าเป็นแบบนั้น(ตามที่เราอยากเป็น)

-มมเป็นคนสุขภาพดีนะ

-มมเป็นนักอ่านนะ

-มมเป็นคน Productive นะ

Aware ว่าตัวเองเป็น อะไร แล้วจาได้ทำสิ่งที่คนแบบนั้นๆทำ

คนสุขภาพดีกินอาหารที่ดี ออกกำลังกาย นักอ่านอ่านหนังสือทุกวัน คนproductiveฟังpodcast

💖 Make it Obvious (Cue)

ทำให้มันชัดเจนว่าเราจะทำไม่ทำ

-Aware พฤติกรรมในปัจจุบันของเราก่อน ลิสออกมาว่าวันนึงทำอะไรบ้าง

ใส่ score ให้พฤติกรรมที่ลิสออกมา 3 แบบ + , — , 0

+ คือพฤติกรรมที่ดีต่อสิ่งที่เราอยากเป็น

- คือพฤติกรรมที่ขัดขวางเราจากสิ่งที่เราอยากเป็น

0 คือพฤติกรรมที่ไม่ส่งผล -> อาบน้ำ นอนหลับ

ทำสิ่งนี้เพื่อให้เห็นว่าตอนนี้เรามีอะไรที่ + — ต่อเป้าหมายของเราแค่ไหน

-Pointing and Calling : พูดออกมาดังๆว่าเรากำลังจะทำอะไร เพื่อมีสติ

“จะกินเค้กละนะ” “จะเข้าเฟส” “จะเล่นเกมส์ 1 ตา” เราจะได้ทำสิ่งต่างๆอย่างรู้ตัว

-When and Where : เวลาจะทำอะไร ต้องใส่ เวลา / ที่. ที่จะทำอย่างชัดเจน

‘จะไปวิ่ง’ ยากและไม่น่าได้ไป

‘จะวิ่งตอน 8 โมง จันทร์ พุธ ศุกร์’ -> มีแผน✨ ได้ไปแน่ จะมีการเตรียมตัว

-Habit Stacking

เอาสิ่งที่อยากทำมาทำต่อจาก. Habit บางอย่างที่เรามีอยู่แล้ว

‘อ่านหนังสือตอนรอเครื่องชงกาแฟ start ตัวเอง’ มมชงกาแฟทุกบ่ายอยุ่แล้ว ก็เพิ่มแอคชั่นเข้าไปในตอนนั้น เราจะได้ไม่ต้องไปกันเวลา หาซีน ในการอ่านหนังสือในช่วงเวลาอื่นของชีวิต

(เราสามารถซ้อนๆๆๆไปหลายๆ habit ได้เลย)

-Set Environment

วางหนังสือไว้บนหมอน ก่อนนอนได้อ่านแน่

เอาขนมหวานไปเก็บที่สูงมากๆ วางน้ำเปล่าทุกมุมบ้าน

จัดมุมอ่านหนังสือสวยๆ

💖 Make it Attractive (Craving)

ทำให้เราอยากทำสิ่งนั้น มันน่าทำนะ

เอาสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข(โดพามีนหลั่ง) จับคู่กับ Habit ที่อยากทำ

บางทีhabit นั้นมันน่ากลัว เช่น การไปวิ่ง เอาการไปวิ่ง ผูกกับการฟัง Podcast / Audio book เราจะอยากวิ่งเพราะอยากฟัง หรือกระทั่งอยากวิ่งต่อไกลกว่าเดิมเพราะยังฟังไม่จบ

The Close คนใกล้ตัว : คนใกล้ตัวมี similarity กับเรามากๆๆ ต้องมีคนใกล้ตัวที่ส่งเสริมพฤติกรรมเรา

The Many คนหมู่มาก : ทุกคนว่าดีเราก็ว่าดี ต้องระวังทั้งนิสัยดี/เสีย

The Powerful : หา Role Model ของเรา

💖 Make it Easy (Respond)

ทำให้ง่าย

-Quantity over Quality🔥

อย่าหยุด / ไม่ทำ ทำเถอะ ถึงมันจะน้อยมากๆๆๆที่ทำได้ ก็ทำเถอะ

วิ่ง 5 นาที อย่างน้อยก็ได้วิ่งนะ

อ่านหนังสือ 1 หน้า

ฟัง podcast 5 นาที

ท่องศัพท์ 2 วัน 1 คำ

-2min Rule

ทำให้กิจกรรมนั้นมันง่ายมากๆจนเราไม่ต้องมา คิด เลยว่า วันนี้จะทำ ไม่ทำ ดีนะ

ทำจนมันถี่มากๆ จะทำได้ดีขึ้นและทำโดย auto เองได้ในที่สุด

💖 Make it Satisfy (Reward)

ทำให้แฮปปี้หลังจากทำแล้ว

ให้ reward กับตัวเองเรื่อยๆ

การลดน้ำหนัก การวิ่ง อ่านหนังสือ มัน reward เราอยู่แล้วในอนาคต แต่อาจจะนานหน่อย กว่าเงินเดือนจะออกอีกตั้ง 30 วัน เราอาจจะท้อระหว่างทางที่เราไมไ่ด้รับ reward อะไรเลย เราเลยต้องมาตั้งreward ให้ตัวเองกัน

-วิ่งครบสามวัน ได้นอนดูทีวี 1 ชม ได้อ่านการ์ตูน 1 เล่ม

-ย้ายลูกแก้วจากโหลซ้ายไปโหลขวา

-ได้ขีด x ใส่ปฏิทินในวันที่เราออกกำลังกาย

-Don’t miss Twice

ขาดได้ ป่วย ติดงานจีงๆๆ ขาดได้ แต่ต้องกลับมา ขาดไปหลายๆครั้ง อาจจะเป๋ได้

บอกเพื่อนไว้ก็ได้ให้เพื่อนช่วยเตือน

ฮึบบบบ ไปลองกันนนน > <

❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗

🤍11/4/21🤍

ภูเก็ตวันที่ 2
ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้า (วิ่งHIIT) เปิดPodcast ฟังเรื่อง Cryptocerrency ฟังไปจนจบก็อืมๆๆ ได้เลย เดวโลกคงถูก Disrupt เพราะสิ่งนี้ในอีกไม่กี่ปี พี่เคนว่ามาแบบนั้น รายการต่อไปที่เปิดฟังคือ Readery ซึ่งจี๊ดใจ ตะเตือนใจมาก

https://open.spotify.com/episode/1WaYRthGZaj40OZvzZQ1oh?si=jUKRFCkfSp-AX0djUjEFCg
ทำงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง

น่าสนใจมาก เลยเกบมาฟังตอนกลางคืนแล้วจดสรุปไว้

The 4 Hour Workweek ทำน้อยรวยมาก by Timothy Ferriss

เขาพูดถึงคำว่า. New Rich

(ความรวยในแบบเดิมๆที่พวกเราเข้าใจ มันมักจะหมายถึงการมี ทรัพย์สิน เงิน จำนวนมาก รอให้เราใช้ในวันที่เราไม่ทำงานแล้ว หน้าที่การงานที่มั่นคง)

แต่ New Rich จะเป็นความรวยที่ไม่ได้เอา จำนวนทรัพย์สิน มาวัด

New Rich มีส่วนประกอบ 3 อย่าง : Money / Time / Mobility

รวยแล้วไม่ได้มีเวลาใช้ชีวิต ต้องทำงานหนัก หาเวลาพักไม่ได้ อันนี้ไม่เรียก Newrich

มีเงินพอใช้ มีเวลาไปทำเรื่องที่อยากทำ มีอิสรภาพ คือ New Rich

‘สิ่งที่ตรงข้ามกับความสุข ไม่ใช่ความทุกข์เสมอไป บางทีก็เป็นความน่าเบื่อ

ทำงานแล้วไม่มีความสุข มันอาจจะเป็นความน่าเบื่อก็ได้’

การคอยถามตัวเองว่า สิ่งนี้/งานนี้ ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นอยู่มั้ย ก็ดูเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะเริ่มพาตัวเองออกจากชีวิตเดิมๆ พวกเราถูกสอนให้กลัวความล้มเหลวมาเสมอ การออกจากComford Zone ที่น่าเบื่อ เลยกลายเป็นเรื่องน่ากลัว

มาเป็น New Rich ด้วยวิธีของคุณ Ferriss

☁️D E A L ☁️

D : definition

E : elimination

A : Automation

L : Liberate

🔥Definition

ตั้งกฏ นิยามของตัวเอง ไม่ต้องไปลอกกฏของใคร ไม่ต้องไปสนใจสังคม

🥐 เกษียณตอนนี้ ไม่ผิดเลยนะ อยากทำไรทำ ในอายุเท่านี้ที่ร่างกายยังทำอะไรได้มากมายก็ทำ อยากปีนเขาไปปีน จะรอจนแก่ เกษียณแล้วได้แค่ยืนที่ตีนเขาเพื่อมองยอดเขาจริงๆหรอ เงินกับร่างกาย อันไหนสำคัญกว่ากัน

🥐 มี Mini Retirement เป็นการเกษียณช่วงสั้นๆ 1 เดือน สลับกับทำงานอีก 2 เดือนแล้ว. Mini Retirement ใหม่

🥐 Less is not Lazy คนทำงานน้อยไม่ได้แปลว่าขี้เกียจนะ อาจจะแปลว่าฉลาดด้วยซ้ำ แต่สังคมชอบทำให้เรามองว่าคนที่ดูยุ่งๆ งานเยอะๆคือคนเอาการเอางาน หยุดเถอะ

🥐 เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการจะทำสิ่งตั่งๆคือ Now การบอกว่ารอเวลาที่เหมาะก่อน รอก่อนยังไม่พร้อม มันไม่ได้เริ่มหรอก

🥐 ทำไปก่อนไม่ต้องขอใคร ผิดพลาด ล้มเหลว ค่อยมาขอโทษก็ได้

🥐 ชูจุดเด่นของตัวเอง ไม่ใช่มาตามแก้จุดด้อย เราเห็นจุดอ่อนของตัวเองเพราะเราฟังเสียงสังคมมากเกินไป

🥐 Too much of good thing is bad อะไรที่มากเกิน มักจะเกิดปัญหา (พูดถึงการตัดออก) เช่น มีลูกค้ามากเกินไปดูแลไม่ไหว มีรถ 5 คันขับคนเดียว

🥐 เงิน(เดือน)อย่างเดียวไม่ใช่ทางออก

🥐 รายได้สัมพัทธ์ สำคัญกว่า รายได้สัมบูรณ์

คุณA ทำงาน 40 ชม ต่อสัปดาห์ เงินเดือน 100K

คุณB ทำงาน 4 ชม ต่อสัปดาห์ เงินเดือน 20K

ดูเหมือนคุณ A จะรวยและมั่นคงกว่า แต่ความจริงแล้ว

ค่าแรงคุณ A คือ 600 / hr ค่าแรงคุณB คือ 1200 / hr

คุณ B ได้อิสรภาพ ได้เวลาของตัวเองมากมาย

🥐 ความกังวลมันแย่ ความกดดันมันดี เราไม่ควรสอนตัวเองให้กลัวความล้มเหลว สิ่งที่น่ากลัวคือความน่าเบื่อต่างหาก

ถามตัวเอง

☁️ นิยามสิ่งที่ทำให้เรายังตื่นเต้นอยู่

☁️ ทำมันเลย ยิ่งมันฟังดูเพ้อฝัน ยิ่งต้องทำมันเลย

🔥Elimination

กำจัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต

เอาเวลาไปทำเรื่องที่มีความหมาย

🥐ลืมเรื่อง Time Management ไปก่อน ไม่ต้องมานั่งถมปฏิทินให้งานเต็มทุกช่องทุกวัน ให้มันว่างบ้าง

🥐 การทำสิ่งที่ไม่สำคัญ ถึงจะทำด้วยความตั้งใจมากๆ ก็ไม่ทำให้สิ่งนั้นสำคัญขึ้นมาอยู่ดี

🥐 กฏ 80 20 ของ Pareto

หา 20 ที่ทำให้เราเป็นทุกข์ / เบื่อ80% แล้วเอาทิ้งไป

หา 20 ที่ทำให้เรามีความสุข80% แล้วเก็บไว้

ถามตัวเอง

☁️ถ้าคุณป่วยแล้วทำงานได้แค่ 2 ชม ต่อวัน คุณจะทำอะไร

☁️ ถ้าคุณป่วยแล้วต้องตัดกิจกรรม 5 อย่างออกไปในวันนี้ จะตัดอะไร

☁️ ถ้านั่นเป็นสิ่งเดียวที่คุณทำสำเร็จในวันนี้ คุณจะยังพอใจจะทำมันอยู่มั้ย

🥐 ฝึกไม่สนใจ Logout Facebook / Information Diet เข้าประชุมน้อยๆ บางประชุมไม่มีสาระอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราก็ไม่ต้องเข้าไปก็ได้

🔥Automation

พยายามทำให้งานทุกอย่างของเราเป็นAutomation ไม่ต้องมี staff อยู่ในงานของเราเลยยิ่งดี

🥐 ใช้ Outsource

‘งานที่เราทำได้ ก็ต้องจ้างคนอื่นทำได้’ รู้แหละว่าเราเก่งเราทำมันเองได้ เราทำมันได้ดี แต่จะเอาเวลาไปทำทำไม เลิกหวงงาน

ท้ังเรื่องงานเรื่องส่วนตัว อะไรจ้างได้จ้างไปให้หมด

(อันนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย มมอาจจาไม่ได้อยากว่างขนาดนั้น555 ไม่ทำไรเลยเราจะได้พัฒนาตัวเองม้ายเนี่ย แต่เรื่องบางเรื่องที่ควรจ้าง อย่างเช่น ล้างรถ ซื้อของใช้ในบ้านที่ซื้อวนๆ หรือตอบเมลล์ ก็โอเค)

🔥Liberate

เป็นอิสระ ออกมาา

‘ความยากลำบากในอิสรภาพ ดีกว่าความสุขสบายในโซ่ตรวน’

การมีเงินเดือนแล้วรู้สึกมั่นคงมันเป็น Old Rich เราควรจะออกมาจาก 9–5 ได้แล้ว

มันจะยากและรู้สึกลำบาก เพราะเราเริ่มรู้สึกไม่มั่นคง เดือนต่อๆไปจะมีเงินใช้ม้าย แต่อย่างน้อยก็มีอิสรภาพแล้ว

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ที่ออกจากงาน เราต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนนะ ว่าเรากำลังจะใช้ชีวิต(ที่ว่างแล้ว)แบบไหน ใช่เพื่ออะไร

เช่น จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ LLL ตลอดไป จะทำอะไรเพื่อคนอื่นเพื่อสังคม

(หลายคนจะซึมเศร้าเพราะว่างงาน ปกติทำแต่งาน พอไม่ทำงานก็รู้สึกหมดคุณค่า ต้องหาความหมายคุณค่าของชีวิตให้เจอก่อน)

วิธีก็คือ หายตัวไปเลย (คุงFerriss เคยจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปยุโรป โดยคิดว่า บ ไม่พังหรอกถ้าเขาไม่อยู่)

การทำงานแบบWork From Anywhere ก็ดูเป็น Option ที่ดีสำหรับ New Rich เราไม่จำเป็นต้องว่างงานไปเลยขนาดนั้นก็ได้ถ้าเราไม่ได้มีเป้าหมายของการใช้ชีวิตที่เข้มข้นจนไม่สามารถมีงานอะไรติดตัวได้เลย

💖สรุป (ในมุม มม)💖

การเอาร่างกายไปทำงานแลกเงินแบบ9–5 มันไม่คุ้มเลย เพราะร่างกายเรามันแย่ลงเรื่อยๆนินา ถ้าเรามีเรื่องที่อยากทำก็น่าจะทำก่อน (ฟังมาจาก Podcast The money case คุณหนุ่มบอกว่า ถ้าเราต้องการบ้านให้ครอบครัวอยู่อาศัย การผ่อน(เป็นหนี้ซะเลย) ก็เป็นวิธีที่ดี เพราะมันทำให้เราได้ใช้ชีวิตในบ้านหลังนั้นวันนี้เลย ถ้าให้เก็บเงินอีก 5 ปี 10 ปีกว่าจะได้บ้าน ช่วงชีวิตหลายๆปีที่อยู่ห้องเช่ามันจะสุขสบายคุ้มค่าม้ายแลกกะการเป็นหนี้ ซึ่งหนี้ก็ใช้คืนก็หมดได้ ช่วงเวลา5–10ปีนั้นที่เราไม่ได้ให้ครอบครัวอยู่ในบ้านอย่างมีความสุข มันเอากลับมาไม่ได้)

รู้สึกว่ามันเป็นแนวคิดนี้เลยแหละว่า สถานะทางการเงิน ไม่ได้define ความรวย ความสุข ของเราขนาดนั้น การใช้ชีวิตแบบที่เราต้องการต่างหาก คือความรวยที่แท้จริง (New rich)

❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗

🤍21/4/21🤍

ตั้งใจมากๆว่าวันนี้จาเปงวันพัก

ตั้งใจมากๆว่าจาไม่ทำอาไยเลย จาออกกำลังกายแค่น้านพอ

แล้วก็อยากเล่น Hula Hoop เลยเปิด Podcast ฟัง

ไม่อยากจะจดสรุปอันนี้ อยากฟังสบายๆบั้ง แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้

มันดีมากแงงงงงงงง

Readery EP 96

ความกลัว ความสร้างสรรค์ และพลังวิเศษของคนธรรมดา

https://www.youtube.com/watch?v=o8wGG6-muWw&t=791s&ab_channel=THESTANDARD

ความกลัวมี 2 แบบ

  1. จำเป็น : กลัวตาย กลัวความมืด เปนสัญชาตญาณเรา
  2. ไม่จำเป็น : กลัวโดนเม้าท์ กลัวคนอื่นว่าอย่างนั้นงี้ อาย

เราไม่ต้องตัดมันทิ้งออกทั้งหมด เราแค่ต้องอยุ่ร่วมกับมันให้ได้งะ

💖เรา 🍎ครีเอทีฟ 🤍ความกลัว

เราทั้งสามคนสามารถไปเที่ยวด้วยกันได้

ให้ความกลัวนั่งรถเบาะหลัง ให้เรากับครีเอทีฟขับรถ นำทางไป

อย่าเอาความกลัวขึ้นมานำ

ในตัวเรามีพลังวิเศษ จะเจอพลังได้ ก็ต่อเมื่อเราขุดลึกลงไป ลึกจนผ่าน ความกลัวไป แล้วจะเจอ

🦄คุณไอเดีย

คุณไอเดียมีชีวิตแหละ แต่มองไม่ให้ไม่เป็นรูปธรรม คุณไอเดียวิ่งเข้ามาหาเรา ถ้าเราไม่respond น้องก็จาวิ่งไปหาคนอื่นๆที่พร้อมจะตอบรับแล้วสร้างสรรค์อาไยบางอย่างจากน้องไอเดียก้อนนั้น ถ้าน้องวิ่งมาหาเรา คว้าไว้ จด และลงมือ

ถ้าเราบ่นด่า น้องจาวิ่งออกจากเราไปหาคนอื่น

🥐 Someone : ฉันอยากทำสิ่งนี้เพื่อให้โลกดีขึ้น

Aliz : อี๊ ปลอม

เขียนเพื่อตัวคุณเองก็พอ

When You do it with love, It helps

เพราะองค์ความรู้ แนวคิด สำหรับคนอื่นมันคือเครื่องประดับ

สิ่งที่เราทำ เราออกแบบมา มันจะเข้าไปประดับจิตใจของคนอื่นในแบบที่เขาต้องการด้วยตัวมันเอง(เป็นเพชร เป็นพลอย พลาสติก) เราไม่ต้องพยายามยัดเยียดมันให้ใคร ให้เขาเลือกเอง

เราไม่ใช่คนวิเศษอาไยถึงจะทำอะไรบางอย่างยิ่งใหญ่ได้

ทุกคนก็เหมือนกาน ทุกคนมีสิทธิ์ทำสิ่งนี้ แค่ทำอะ ทำไปเถอะที่อยากทำ

มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของคนอื่นๆเลยที่ต้องมาชื่นชมผลงานเรา

🥐Persistant ความไม่ลดละ

สัญญากับตัวเอง

Aliz : ฉันสัญญาว่าไม่หวังให้การเขียนมาดูแลการเงินของฉัน ฉันจะดูแลมันเอง

ทุกๆงาน มีด้านที่ สนุก กับ ไม่สนุก

คนที่อดทน shitsandwich ของงานได้จนทำงานเสด มันน้อยมาก

อดทนหน่อยนะะะ

(Alizเขียนเรื่องส่งสำนักพิมพ์ ได้รับจดหมายว่า ไม่ผ่าน มา6.ปี)

🥐เรากลัวการถูกวิจารย์มากเกินไป

ความกลัวนี้แหละ ที่ทำให้เราไม่ได้สร้างงาน

ไม่มีใครนั่งคิดเรื่องของเรา!!! เขาด่าเราเสดเขาก็ไป ไม่มีใครมาสนใจ

“ความสมบูรณ์แบบ(Perfection) คือความกลัว ที่เอามาพูดใหม่ให้สวยหรู”

อย่ามองว่างาน เปนลูกของเรา

เราเป็นลูกของงาน

ใครจะต่อว่างานเรา ก็ไม่ต้องเจ็บปวดนินา

🥐การทำงานไม่ต้องใส่ความทุกข์ลงไปน้า

ไม่ต้องทนทุกข์ ไม่ต้องโปยตัวเองให้เกิดCreativeอาไย

ไม่ต้อง Sacrifice ตัวเองเพื่องาน

🥐ไม่ต้องมี Passion มีแค่ Curiosity ก็พอ

มี Curiosity นิดๆก็ได้ ก็โอเค เดี๋ยวมันก็ Go big เอง

❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗❤️🧡💛💚💙💜💗

🤍24/4/21🤍

ความโชคดีก็คือPodcast อันนี้ Publish วันนี้ แงงงง กำลังต้องการมากๆ

Emotional Agility 4 ขั้นตอนในการเท่าทันอารมณ์ตัวเอง | Readery EP.112

https://www.youtube.com/watch?v=EXeIIXGZglY&ab_channel=THESTANDARDPODCAST

❤️ปรับ Mindset ก่อน

สังคมของเราตีค่าอารมณ์ลบว่ามีแต่ผลเสียง เรียกอารมณ์เหล่านั้นว่า ‘ลบ’

ทั้งๆที่มันมีข้อดีและหน้าที่ของมัน

-ต้องทำงานอย่างมีความสุขในoffice นี้

-โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า

ม่ายยยยจีงงงงงงงงงงงงงงงง

การถูก Hooked กับความคิดบางอย่าง

☁️ความเชื่อผิดๆ

☁️อารมณ์

ถ้ามีครบสามอย่าง จะ Hooked เรากับความคิดและอารมณ์นั้น

🌷การเรียกชื่ออารมณ์ให้มีชื่อมากมายช่วยในการdefine อารมณ์ของเราได้ดีมาก ต้องพยามระบุเฉดของอารมณ์ให้มันมากมาย ไม่ใช่ ขาว ดำ เท่านั้น

เศร้า โกรธ เหงา เสียใจ อิจ และอีกมากมาย

การจัดการอารมณ์

1 ShowingUp เรากำลังมีอารมณ์อะไรอยู่ ยอมรับมัน

ไม่โกหกตัวเอง

ไม่shameตัวเอง (ฉันนี่แหละคนไม่ดีคนชั่ว ไม่คู่ควรกะบลาๆๆ เกิดมาก็ผิดแล้ว)

ไม่ขี้เกียจแก้ปัญหาของเรา

2) เตรียมพื้นที่ให้อารมณ์ด้านลบบ้าง

3) what the fuct ของอารมณ์ด้านลบ มันมีไว้ทำไม

2 Stepping Out

-Mindfulness : มีสติ Focus อะไรบางอย่าง 1 นาที จ้องมอง / ทำบางอย่างอย่างจดจ่อ

-สร้าง Space ตรงกลางระหว่าง เรากับสิ่งกระตุ้นอารมณ์เรา พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนที่ทำให้เราได้เอาเครื่องมือ หรือskill บางอย่างมาวางใส่ (Free Writing ก็คือ space) เพื่อให้เรา ยืนอยู่คนละที่กับอารมณ์และสิ่งเล้า เราอยู่ไกลๆจากมันให้มองเห็นมันอย่างชัดเจน ค่อยๆคิดก่อนว่าเราจะreact สิ่งเล้านั้นยัง (delay การ respond)

3 Walking your why ทำสิ่งที่เราเชื่อมั่น

☁️Value เปลี่ยนแปลงได้ ตามเวลาและช่วงอายุ มันเป็น Process

☁️Value เป็นส่ิงที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่าง

☁️การได้เลือกสิ่งที่เรา Value ทำให้เรามีความสุข เป็นชีวิตที่เราชอบ

☁️การที่เราให้ Value สิ่งนี้คนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร คนอื่นไม่ได้สนใจ ก็ไม่แปลก ปกติ

☁️การยอมรับตัวเอง มาจากการที่เราเลือกทำตามValueของเรา

4 Moving On ก้าวไปพร้อมกับValueนี้

☁️ ปรับแรงจูงใจ ฝืนใจทำ มีเหตุผลอะไรมั้ย เพื่อValue อะไรบางอย่างรึเปล่า เราก็อาจจะเต็มใจทำมากขึ้นถ้ามีเหตุผล

☁️ Choice Architecture : ดีไซน์สิ่งแวดล้อมของเราให้มันเอื้อต่อ Value

☁️ ทฤษฎีไม้กระดก teeter totter principle อย่าคิดว่าเราต้องถูกตลอดเวลา ผิดบ้าง ถูกบ้าง มันทำให้เติบโต

☁️ Tweak : ปรับแต่งให้มันสะท้อนความเป็นตัวเราทีละน้อย จนมันเป็นของเรา

ทุกอย่างที่เราเรียนรุ้เราต้องหยิบมันมาปรับแต่งตลอดเวลา เป็น Loop ไปทั้งชีวิต

ทำต่อ / พอเหอะ

-เรายังมีความสุขอยุ่มั้ย

-มันให้เราได้ใช้จุดแข็งของเราเต็มที่รึเปล่า

-มันตอบValue นี้มั้ย

-มันทำให้เราเสียโอกาสอะไรบ้าง

  • ฉันกำลังอดทนอยู่หรือกำลังโง่

💗💗💗